“ฉลามชล” จับมือ “กัมบะ โอซาก้า” ยอดทีมเจลีก ยกระดับสโมสร

ข่าวล่าสุด

เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.ที่สนาม ชลบุรี ยูทีเอ สเตเดี้ยม สโมสร ชลบุรี เอฟซี ได้ประกาศเซ็นสัญญาร่วมเป็นพันธมิตรกับ สโมสร กัมบะ โอซาก้า ทีมชั้นนำแห่งศึก เจลีก ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป้าหมายในการยกระดับ และ พัฒนาสโมสร ไปสู่การเป็นทีมชั้นแนวหน้าของทวีปเอเชีย

โดยมี มร. ทาดาชิ โอโนะ ประธานสโมสร กัมบะ โอซาก้า, มร. มาซาฮิโร่ วาดะ ผู้จัดการทั่วไป สโมสร กัมบะ โอซาก้า และ มร. ฮิเดคาสึ ซาซากิ รองประธานบริษัท พานาโซนี่สปอร์ต พร้อมด้วย คุณ วิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสร ชลบุรี เอฟซี, คุณ วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิค สโมสร ชลบุรี เอฟซี และ คุณ จีระศักดิ์ โจมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อ สโมสร ชลบุรี เอฟซี เป็นตัวแทนจากทั้ง 2 สโมสร ในพิธีการเซ็นสัญญาครั้งนี้

มร.ทาดาชิ โอโนะ ประธานสโมสร กัมบะ โอซาก้า กล่าวว่า พวกเรา กัมบะ โอซาก้า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศความร่วมมือเป็นสโมสรพันธมิตร กับ สโมสร ชลบุรี เอฟซี จากนโยบาย แบรนด์กีฬาที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากญี่ปุ่น จะไม่ได้จำกัดอยู่ภายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่เรามองไปถึงโอกาสที่จะขยายนโยบายดังกล่าวออกไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ อีกด้วย

โดยพวกเรารู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้ร่วมงานกับสโมสรที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน อย่าง ชลบุรี เอฟซี ที่มีเป้าหมายยกระดับสโมสรสู่ทีมระดับสากลเช่นกัน คุณ วิทยา เลาหกุล หรือ “โค้ชเฮง” ประธานพัฒนาเทคนิคสโมสร ชลบุรี เอฟซี ทีเป็นที่ยอมรับกันในหมู่โค้ชฟุตบอล ซึ่งครั้งหนึ่งก็เคยลงเล่นและเป็นโค้ช ของพวกเราในยุคสโมสรมัตสึชิตะ (ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นกัมบะ โอซาก้าในปัจจุบัน) โดย “โค้ชเฮง” ไม่เพียงแค่ถูกยอมรับในฝีเท้าในสนาม และวงการโค้ชในฟุตบอลญี่ปุ่นเท่านั้น ยังถูกยกย่องในเรื่องพัฒนาผู้เล่นระดับเยาวชน ต่อยอด และยกระดับพัฒนาสู่นักฟุตบอลทีมชาติไทยหลายคน

นอกจากนี้ ในปี 2014 “มาซาฮิโระ วาดะ” ผู้อำนวยการสโมสรคนปัจจุบันของเรา ก็เคยมีประสบการในการคุมทีม ชลบุรี เอฟซี ในตำแหน่งผู้จัดการทีม และฝากผลงานในฤดูกาลดังกล่าวที่น่าประทับใจ ทั้งในฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วย (ชลบุรี เอฟซี ภายใต้การคุมทีมของ วาดะ ได้ “ดับเบิลรองแชมป์” 2 รายการในปีนั้น)

นับตั้งแต่แชมป์ลีกครั้งแรกในปี 2007 ของสโมสรฟุตบอล ชลบุรี เอฟซี ก็ยังคงรักษามาตรฐาน และเป็นหนึ่งในสโมสรชั้นนำในประเทศ ที่เป็นที่ยอมรับเสมอมา และมีเอกลักษณ์ที่สำคัญคือผู้เล่นส่วนใหญ่มาจากอคาเดมีของตัวเอง ซึ่งจุดนี้เองมีความคล้ายคลึง กับ กัมบะ โอซาก้า ของพวกเรา ที่แกนหลักของผู้เล่น จะเติบโตมาจากอคาเดมีของสโมสรเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การลงนามจากทั้ง 2 ฝ่ายในครั้งนี้ จะช่วยกันสนับสนุนในการพัฒนาฟุตบอลของทั้ง 2 สโมสรให้มุ่งไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง ในฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงนี้ เรามีการพูดคุยวางแผน ถึงความเป็นไปได้ที่จะจัดแคมป์ฟุตบอลสำหรับทีมเยาวชน ซึ่งจะเป็นก้าวแรก และก้าวสำคัญ ของความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นอีกมากมายระหว่าง 2 สโมสร ทั้งกัมบะ โอซาก้า และ ชลบุรี เอฟซี นับต่อจากนี้

ด้าน วิทยา คุณปลื้ม ประธานสโมสร ชลบุรี เอฟซี ได้กล่าวว่า ในนาม สโมสร ชลบุรี เอฟซี พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่ง หลังการเข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมกันของ กัมบะ โอซาก้า หนึ่งในสโมสรชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวผูกพันธ์กับ ชลบุรี เอฟซี ของเรามาอย่างยาวนาน โดยที่เราทั้ง 2 ทีมเองไม่รู้ตัว

นอกจากสีน้ำเงินที่เป็นเอกลักษณ์ ของทั้ง 2 ทีม ภูมิประเทศที่เป็นเมืองท่าสำคัญของไทย-ญี่ปุ่น ในวิถีฟุตบอลทั้ง 2 ทีมเป็นทีมที่มีแกนหลัก-ปรัชญาในการสร้างเยาวชนและบ่มเพาะจนพัฒนาขึ้นสู่ทีมใหญ่ เป็นแกนหลักนักเตะของทั้ง 2 ทีมทั้งคู่ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วแนวทางดังกล่าวแม้จะไม่ได้หวือหวาประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดแต่ก็เป็นทิศทางที่ยั่งยืนและประสบความสำเร็จได้ ผ่านแชมป์ลีกสูงสุดภายในประเทศ และแชมป์อื่นๆ อีกมากมายที่ทั้ง 2 สโมสรคว้ามาได้ (กัมบะ โอซาก้า : แชมป์เจลีก 2005, 2014 , ชลบุรี เอฟซี : แชมป์ไทยลีก 2007)

การลงนามเป็นพันธมิตรของ กัมบะ โอซาก้า และ ชลบุรี เอฟซี ในครั้งนี้นอกจากความร่วมมือของทีมชุดใหญ่ การประชาสัมพันธ์ฟุตบอล ไทยลีก-เจลีก ผ่านการท่องเที่ยว, การตลาดที่เสริมสร้างฐานแฟนฟุตบอลที่ผูกพันธ์กันมากขึ้นระหว่างแฟนบอลทั้ง 2 ทีม และ ส่วนสำคัญที่จะได้รับประโยชน์เต็มๆ ก็คือ โครงสร้างระบบเยาวชน และ บุคลากรฟุตบอล ที่จะมีการสนับสนุนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในฟุตบอลสมัยใหม่ของ ญี่ปุ่น-ไทย เพื่อรากฐานที่สำคัญในการก้าวไปข้างหน้าร่วมกันอย่างมั่นคงของ กัมบะ โอซาก้า และ ชลบุรี เอฟซี ในการตกลงเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้

ในอดีต โค้ชเฮง วิทยา เลาหกุล -มาซาฮิโระ วาดะ ที่เคยร่วมงานกันสมัยค้าแข้งที่ กัมบะ โอซาก้า ในปี 1896-1987 (สมัยใช้ชื่อทีม มัสสุชิตะ) และร่วมงานคุมทีมด้วยกันอีกครั้งที่ ชลบุรี เอฟซี ในปี 2014 ก็เป็น 2 บุคคลที่มีส่วนสำคัญในการเชื่อมความสัมพันธ์ 2 สโมสรจนพัฒนาเป็นพันธมิตรลูกหนังในครั้งนี้ ซึ่งในอนาคตเราอาจจะได้ความสัมพันธ์ผ่านตัวแทนนักเตะที่แลกเปลี่ยนกันทั้ง 2 สโมสร ไม่ว่าจะเป็นทีมชุดใหญ่-ทีมเยาวชน หรือบุคลากรด้านอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นผ่านความร่วมมือครั้งนี้อีกมากมาย

จาก อดุล หละโสะ (2008 ตอตโตริ) , สิทธิโชค ภาโส (2017 คาโงชิมะ ,2021/22 ริวกิว) ความหวังที่เราจะได้เห็นเยาวชนจากอคาเดมี่ ชลบุรี เอฟซี ของเราก้าวไปเล่นฟุตบอลในเวทีลีกญี่ปุ่นอีกครั้ง และในครั้งนี้ในสีเสื้อ กัมบะ โอซาก้า ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ซึ่งการพบกันของทั้ง 2 ในครั้งนี้ จริงๆ แล้วไม่ใช่ครั้งแรก ในอดีตทั้ง 2 ทีมมีความเกี่ยวข้องกันผ่านการแข่งขันในเวทีระดับทวีป ความทรงจำของพวกเรากับ กัมบะ โอซาก้า ครั้งแรกเป็นการพบกันที่น่าประทับใจ หลังคว้าแชมป์ไทยลีก ในปี 2007 พวกเราได้เป็นตัวแทนประเทศในการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2008 และลงเล่นฟุตบอลรายการเอเชีย นัดแรก ที่ โอซาก้า พบ กับ กัมบะ ที่มี อากิระ นิชิโนะ คุมทีม ณ เวลานั้น และชลบุรี คว้าแต้มแรกประวัติศาสตร์ของสโมสรกลับออกมา ซึ่งแม้ชลบุรี จะยุติเส้นทางเพียงแค่รอบแบ่งกลุ่ม แต่ในปีนี้ กัมบะ โอซาก้า ก็มีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมจนทะลุไปถึงรอบชิงชนะเลิศ และคว้าแชมป์ศึกสโมสรเอเชียได้ในปีนั้น ซึ่งการกลับมาพบกันในครั้งนี้ เชื่อว่าจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีกับทั้ง 2 ทีมเหมือนเช่นในอดีตที่ผ่านมา

นับจากนี้เรากำลังจะเริ่มประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ร่วมกันกับ กัมบะ โอซาก้า และยินดีที่จะยกระดับความสัมพันธ์ให้เติบโตไปด้วยกันต่อเนื่องในอนาคตอย่างยั่งยืน

ขอบคุณภาพและเนื้อหาจากแฟนเพจ Chonburi Football Club